fbpx

แม้ว่าขิงจะไม่ได้ช่วยป้องกันโรค แต่มีงานวิจัยหลายๆ ชิ้นที่บอกว่า ขิงนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ (anti – oxidant) และสารต้านการอักเสบ (anti-inflammatory) อยู่มากมาย เช่น Gingerol , Shogoal และ Paradoal  โดยพบว่า ขิงสามารถช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังจากการออกกำลังกายได้ นอกจากนี้ สารในขิงบางตัว ยังทำหน้าที่ป้องกันการเจริญเติบโตและการกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็งได้หลากหลายชนิด แต่ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยในระดับหลอดทดลองและสัตว์ทดลองเท่านั้น ยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอีก

น้ำขิงช่วยลดน้ำหนักได้ ?

นักวิจัยชาวญี่ปุ่น L.K. Han ที่ได้ตีพิมพ์ประโยชน์ของสมุนไพรชนิดนี้ลงในวารสารวิชาการ Journal of the Pharmaceutical Society of Japan ในปี 2008 ไว้ว่า

“ขิงเป็นสมุนไพรที่มีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการทำงานของระบบเผาผลาญ จึงทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญไขมันได้มากกว่าปกติ และมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักอย่างได้ผล”

นอกจากนี้ การดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ยังเป็นผลดีต่อระบบขับถ่าย ช่วยลดอาการท้องผูก และลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล อันเป็นสาเหตุของความเครียดได้เป็นอย่างดี เพราะเวลาที่เราเครียดก็จะยิ่งทำให้มีแนวโน้มกินอาหารที่มีแคลอรีสูงหรือกินของหวานเพิ่มมากยิ่งขึ้น จนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ ฉะนั้น น้ำขิงจึงเหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการดื่มลดน้ำหนักด้วยตัวเองอย่างมากที่สุด

 

ประโยชน์ด้านอื่นๆของน้ำขิง

นอกจากน้ำขิงจะดื่มลดน้ำหนักได้แล้ว ขิงยังเปี่ยมไปด้วยสรรพคุณทางยาหลายประการ ได้แก่

1. ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยขับลม

2. ช่วยให้คนท้องลดอาการแพ้ท้อง หรือช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดบุตร

3. ลดรอยสิวและฝ้ากระได้

4. แก้คลื่นไส้อาเจียน

5. ช่วยแก้ปวดประจำเดือน

6. ช่วยต่อต้านเชื้อโรค

เรียกได้ว่า น้ำขิงมีประโยชน์รอบด้านจริงๆ ดังนั้น มาลองดูสูตรน้ำขิงที่ทำเองกันง่ายๆที่บ้านดีกว่า จะได้รับประโยชน์ไปด้วยกัน

วิธีทำน้ำขิง

1. เลือกขิงมาสัก 2 แง่ง ล้างน้ำให้สะอาด

2. หั่นขิงเป็นแว่น ๆ โดยไม่ต้องปอกเปลือก

3. ต้มน้ำสะอาดประมาณ​ 1 แก้ว (250 มิลลิลิตร) พอน้ำเดือดให้ใส่ขิงที่หั่นเตรียมไว้ลงไป

4. ต้มขิงในน้ำเดือดราว ๆ 15 นาที จากนั้นยกน้ำขิงมาพักให้คลายความร้อน

5. รินน้ำขิงอุ่น ๆ ใส่แก้ว โดยจะเติมน้ำผึ้ง บีบมะนาว ปรุงรสชาติให้น้ำขิงของเราก็ตามสะดวกเลยค่ะ

 


รายการอ้างอิง
thaihealth.or.th
healthline
beautyvigour
www.doctor.or.th

 131 total views