fbpx
มาส์ก

แม้ว่าธุรกิจความงามจะได้รับผลกระทบไม่น้อยจาก COVID-19 เเต่ดูเหมือนว่าจะมี “ความหวัง” ที่จะกลับมาฟื้นตัวมากกว่าธุรกิจอื่นๆที่กำลังทรุดหนัก เพราะความงามล้วนเป็นสิ่งใกล้ตัวผู้คน ในบ้านเราเริ่มมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยกันมาตั้งเเต่ช่วงปัญหาฝุ่น PM 2.5 เเละกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในช่วงการเเพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ถึงเเม้ว่าการดูแลผิวหน้าภายใต้หน้ากากอาจจะดูยุ่งยากขึ้น เเต่เราก็ยังต้องบำรุงผิวหน้ากันอยู่ เพราะเป็นเรื่องของ “ความมั่นใจ” เมื่อการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว หลายคนที่ผิวบอบบาง แพ้ง่าย จึงต้องเผชิญอีกหนึ่งปัญหา นั่นคือ

“Maskne” อ่านว่า มาส์กเน่ มาจากการผสมคำว่า Mask + Acne ศัพท์ใหม่ล่าสุดที่ได้รับการบัญญัติใน Urban Dictionary ซึ่งหมายถึง สิวที่เกิดขึ้นตามแนวหน้ากากอนามัยกดทับบนผิวหน้า

สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ก่อให้เกิด New Normal ของวงการความงามที่เหล่าเเบรนด์ต่างๆ ต้องปรับตัวให้ทัน และต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองวีถีชีวิตใหม่ของผู้คน การอยู่ในบ้านเป็นเวลานาน หรือ Work from home ทำให้มีเวลาใส่ใจผิวพรรณของตนเองมากขึ้น ความต้องการให้ผิวพรรณดียิ่งขึ้น แต่การแต่งหน้าน้อย ส่งผลให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดน้อยลง ในขณะที่ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิวหน้ามีกำไรเพิ่มขึ้น อาทิ กลุ่มมาส์กหน้า โลชั่นบำรุงผิวหน้า เซรั่ม เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับดูแลผิวหน้า โดยช่วงหลังจากการระบาดของ COVID-19 ผลสำรวจจากผู้บริโภคยังพบว่า

  • ร้อยละ 58 ดูแลผิวด้วยการเพิ่มความต้านทานของผิวจากสภาพแวดล้อมภายนอก
  • ร้อยละ 55 ดูแลผิวโดยเน้นคุณค่าและประโยชน์ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์
  • ร้อยละ 53 ดูแลผิวโดยเน้นการปรับปรุงผิวพรรณอย่างต่อเนื่อง 

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาการดูแลผิวแบบฉบับสาวเกาหลีหรือ Korean Skincare ได้กลายเป็นเทรนด์บิวตี้ที่ฮิตติดลมบนและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ลุคผิวฉ่ำ ดูอิ่มน้ำ ทำให้การดูแลผิว 10 สเต็ปของสาวเกาหลีเป็นที่สนใจของสาวกบิวตี้ทั่วโลก หนึ่งในสเต็ปสำคัญ อย่างการมาส์กหน้า ได้ส่งผลให้มาส์กสัญชาติเกาหลีรวมถึงประเทศไทย ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นไปด้วย โดยนอกจากจะกลายเป็นไอเท็มบิวตี้ประจำรูทีนในชีวิตประจำวันและช่วยเติมเต็มความผ่อนคลายในวันพักผ่อนแล้ว ยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็นไอเท็มกู้ผิวฉบับเร่งด่วนในวันที่เร่งรีบอีกด้วย

วิเคราะห์ตลาดและข้อมูลเชิงลึก "ตลาดมาส์กดูแลผิวทั่วโลก”

รายงานพบว่าภาพรวมตลาดของ Skin Care Masks ทั่วโลก มีแนวโน้มคาดว่าจะสูงถึง 7,059.2 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2026 CAGR 5.5% ในช่วงปี 2021-2026 จากเดิมที่มูลค่าตลาด 5,119.6 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2563 โดยผู้นำอุตสาหกรรมผลิตมาสก์บำรุงผิวทั่วโลก ส่วนใหญ่ยังคงเป็นประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและยุโรปตามลำดับ ซึ่งแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่เดินหน้าลุยในตลาดนี้ ได้แก่ Bliss, Dr. Dennis Gross, Exuviance, Fresh ส่วนฟังก์ชั่นสินค้าที่ยังได้รับความนิยมต่อเนื่องยังคงเน้นในเรื่อง Acne/Blemishes, Hydration & Relaxation, Brightening, Anti-Aging, Balance Oil เป็นต้น

ตลาดมาส์กหน้า

นอกจากนี้ยังพบว่าประเภทสินค้ากลุ่มมาสก์แบบลอกออก (Peel-Off Masks) ครีม/เจลมาสก์ (Cream/Gel Masks) และเคลย์มาสก์ (Clay Masks) จะยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดในตลาด เพราะความต้องการผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ในเรื่อง การกระชับผิว การกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต การขจัดสิ่งสกปรก และคุณสมบัติที่ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นและให้ผิวนุ่มขึ้น นอกจากประเภทมาส์กดังกล่าวยังพบรายงานว่ามาสก์ชีท (Sheet Masks) และมาสก์น้ำมันอุ่น (Thermal /Warm-Oil Masks) ยังมีการแนวโน้มขยายตัวของยอดขายตีตื้นขึ้นมาเช่นกัน เพราะส่วนหนึ่งมาจากความง่ายและสะดวกในการใช้งานและการเพิ่มการไหลเวียนโลหิตให้กับใบหน้า เนื่องจาก มาส์กเป็นสกินแคร์ที่มีจุดเด่นในเรื่องเซฟเวลา ซึ่งมาพร้อมส่วนผสมช่วยกู้ผิวให้กลับมาชุ่มชื่นแลสุขภาพดีภายในเวลารวดเร็ว โดยสิ่งที่ทำให้มาส์กหน้าโดดเด่นก็คือความเข้มข้นของส่วนผสมที่ช่วยบูสต์ความชุ่มชื่น และสูตรการบำรุงที่ทำออกมาตอบโจทย์หลากหลายปัญหาผิว ไม่ว่าจะปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวหมองคล้ำ หรือริ้วรอยแห่งวัย โดยในปัจจุบันมีให้เลือกใช้ทั้งแบบชีทมาส์ก มาส์กแบบล้างออก และมาส์กแบบ Overnight

จากข้อมูลนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่า “การมาส์กหน้า” เป็นหนึ่งในวิธีสำหรับช่วยบำรุงฟื้นฟูใบหน้าที่ได้รับความนิยมกันแบบมากๆ ในปัจจุบัน การมาส์กหน้าช่วยให้รูขุมขนกระชับลดปัญหาเกิดสิวอุดตัน ผ่อนคลายความเครียดผิวแลดูกระจ่างใสเพียงแค่ไม่กี่นาที ผิวหน้าเนียน นุ่ม ชุ่มชื้นทำให้ครีมบำรุงผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น การแต่งหน้าง่ายขึ้น งั้นอย่ารอช้า! มาทำความรู้จักประเภทของมาสก์แต่ละชนิดไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

เหมาะกับผิวมันไปจนถึงผิวธรรมดา คนผิวหน้าแห้งจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ระยะเวลาที่เหมาะสม: ประมาณ 5-15 นาที เพราะนั่นหมายความว่าโคลนกำลังดูดน้ำออกจากผิวหน้ามากจนเกินไป โคลนจะดูดเอาความมัน และสิ่งสกปรกหรือฝุ่นละอองที่อุดตันอยู่ตามรูขุมขนของเราออกไปเมื่อโคลนจับตัวกันแห้ง มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก

เหมาะกับผิวแห้ง และผิวที่มีริ้วรอย ระยะเวลาที่เหมาะสม: ประมาณ 15-30 นาที ทำให้ผิวกระชับขึ้นและช่วยให้เลือดไหลเวียนแต่สารบำรุงผิวมาสก์ประเภทนี้จะมีการดูดซึมไม่ดีเท่ากับมาสก์ธรรมชาติอย่างมาส์กโคลน

เหมาะกับผิวมัน  ระยะเวลาที่เหมาะสม: ประมาณ 10 นาที โดยส่วนใหญ่แล้วมาสก์ชนิดนี้จะต้องใช้มือค่อยๆ ถูนวดเป็นวงทั่วใบหน้าระหว่างที่ใช้มาสก์ไปด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของมาสก์ประเภทนี้ คือช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก และจะช่วยเปิดรูขุมขน ทำให้สิ่งอุดตันตามรูขุมขนหลุดออกมา หลังจากที่เราล้างมาสก์ออกทำให้ผิวชั้นนอกเกิดการรับเอาออกซิเจนเข้าสู่ผิวมากขึ้นมาสก์ชนิดนี้เวลาที่สัมผัสกับผิวแล้ว อุณหภูมิของมาสก์จะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น

เหมาะกับผิวหน้าแห้งถึงผิวธรรมดา และผิวที่ต้องการความชุ่มชื้น ระยะเวลาที่เหมาะสม: ประมาณ 5-10 นาที สำหรับกรณีเร่งรีบ หรือมาส์กแบบข้ามคืนเพื่อกู้ผิวที่พัง เนื้อครีมจะทำให้สารบำรุงสามารถเข้าไปบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกมาสก์ประเภทนี้จะมีส่วนผสมของสารที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว จะช่วยทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ นุ่ม ชุ่มชื้นขึ้น 

เหมาะกับผิวแห้งและผิวที่มีริ้วรอย ระยะเวลาที่เหมาะสม: ประมาณ 5-10 นาที จะอุดมไปด้วยน้ำมันสกัดจากวิตามินอี ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นแก่ผิว ทำให้ผิวเนียนนุ่มขึ้น วิตามินซี ช่วยกระชับผิว วิตามินดี มีฤทธิ์ในการรักษาปัญหาผิวน้ำมันโอลีฟ หรือวิตามินชนิดน้ำมัน ซึ่งจะประกอบด้วย วิตามินเอ ช่วยในการทำให้ผิวเนียนนุ่มมาสก์ประเภทนี้จะนิยมทำกันในสปา โดยน้ำมันที่นำมามาสก์นั้นส่วนใหญ่จะเป็นน้ำมันอัลมอนด์

มาส์กที่ได้รับความนิยมมากๆ ในตอนนี้ เป็นแผ่นมาส์กหน้าสำเร็จรูป ที่พอดีกับใบหน้าเรา โดยเคลือบเซรั่ม สารสกัดบำรุงผิวนานาชนิดไว้บนแผ่นมาส์ก เน้นสร้างความชุ่มชื่นให้กับผิว ริ้วรอยจางลงผิวเต่งตึง เรียบเนียนขึ้น ใช้สะดวก เพียงฉีกซองแล้วมาส์กลงหน้าได้ทันที เหมาะสำหรับในช่วงเวลาที่เร่งรีบ เพราะใช้เวลาบำรุงเพียง 20 นาทีเท่านั้น

คล้ายชีทมาส์ก แต่มักจะใช้วัสดุที่มีลักษณะเป็นเจล หนา ลื่น กระชับเข้ากับรูปหน้าได้ดี โดยส่วนมากนิยมใช้ Bio-Cellulose ให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดี เหมาะกับผิวแบบไหน : ผิวแห้ง และผิวที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอย

มาสก์ชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายและผิวมัน หรือใช้เพื่อรักษาอาหารแพ้บางอย่าง ระยะเวลาที่เหมาะสม : ประมาณ 5-10 นาที โดยเนื้อเจลนั้นจะบางกว่าเนื้อครีมทั่วไป และไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน จะช่วยให้ความเย็นและความชุ่มชื้นจากน้ำแก่ผิว ทำให้ช่วยรักษาอาการแพ้ได้ดี มาส์กแบบเจลนี้มักจะใช้สำหรับผิวที่ไปออกแดดมา หรือมีอาการแดงระคายเคือง

ตัวมาส์กมีลักษณะเป็นฟอง เหมาะสำหรับคนผิวมัน คนที่ใช้ครีมรองพื้นบ่อย หรือครีมกันแดด SPF สูง ที่ล้างออกยาก วิธีนี้ควรมาส์กอาทิตย์ละ 1 ครั้ง โดยนวดเบาๆแล้วพอกทิ้งไว้บริเวณที่เป็นสิวบ่อย จมูก หน้าผาก หรือทั่วไปหน้า ช่วยขจัดสิ่งตกค้างบนใบหน้า ทำให้ผิวสะอาด สดชื่น ผิวนุ่มอ่อนเยาว์ ลดปัญหาการเกิดสิวและริ้วรอย

ขึ้นอยู่กับสรรพคุณและสารอาหารของสมุนไพร พืชและผลไม้แต่ละชนิดโดยวิธีใช้ก็จะขึ้นอยู่กับสูตรมาสก์หน้าแต่ละชนิด และจะมีคุณสมบัติหลากหลาย อย่างพวกแตงกวา มะละกอ หรือข้าวโอ๊ต เป็นต้น ที่ระยะเวลาที่เหมาะสม : ประมาณ 5-10 นาที

การบำรุงลึกด้วยมาส์กเพื่อให้ผิวสวยแข็งแรง จึงเป็นเทรนด์ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ไม่เคยหายไป โดยเฉพาะ ณ ตอนนี้ “ผิวสวย ผิวดี ผิวไม่แพ้จากมาส์ก” ยิ่งกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนพยายามอยากจะได้ อยากอยู่รอด ต้องปรับตัวเร็ว ธุรกิจความงามในช่วงนี้ “จะทำแบบเดิมไม่ได้ ต้องมีการปรับเเผนเเละดูสถานการณ์สัปดาห์ต่อสัปดาห์ เพราะมาตรการรัฐก็เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง” เหตุผลนี้จึงทำให้ตลาดความงามเปลี่ยนเเปลงในมุมที่น่าสนใจว่า การที่ผู้คนต้องต้องใส่หน้ากากในที่สาธารณะทำให้เกิดเป็นรูปแบบความงามใหม่ ซึ่งคนจะหันมาให้ความสำคัญกับการดูเเลความสะอาดของผิวพรรณ บำรุงผิวมากขึ้นเพราะความเสี่ยงจากแบคทีเรียสะสมกระทบผิวหน้า นี่อาจเรียกได้ว่า “New Beauty Behind Mask” หรือความงามใหม่ภายใต้หน้ากากนั่นเอง!

ใส่ใจทุกความต้องการ เพื่อผลลัพธ์เป็นเลิศ

หากคุณเป็นมือใหม่ เรายินดีให้คำปรึกษา
หากคุณเป็นมืออาชีพ เราพร้อมจะรองรับการผลิต